Article

เช็คให้ชัวร์! องค์กรของคุณเข้าข่าย "ต้องฝึกอบรมพนักงาน" ตามกฎหมายกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือไม่

Image
FutureSkill for Business TeamAugust 18, 2026
Image

ทุกสิ้นปี ฝ่าย HR หลายองค์กรต้องมานั่งลุ้นว่า "เราจัดฝึกอบรมพนักงานครบตามที่กฎหมายกำหนดหรือยัง" เพราะ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กำหนดให้กิจการบางขนาดต้องจัดฝึกอบรมพนักงาน 50% ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี หากพลาดต้องเสียเงินสมทบเข้ากองทุน บทความนี้จะพาคุณเช็กแบบตรงประเด็นว่าองค์กรคุณเข้าข่ายหรือไม่ คำนวณสัดส่วนอย่างไร และมีทางเลือกอะไรบ้างที่ทำได้เร็วโดยไม่ต้องเสียงบเกินจำเป็น

พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน คืออะไร ใครเข้าข่ายบ้าง

พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 เป็นกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้นายจ้างลงทุนพัฒนาทักษะลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะปล่อยให้แรงงานล้าหลังเทคโนโลยีและวิธีการทำงานใหม่ๆ โดยหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการกำหนดภาระหน้าที่ให้กับ "กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป"

หากองค์กรของคุณมีจำนวนลูกจ้างถึงเกณฑ์นี้ กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี ข้อกำหนดนี้ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่ครอบคลุมกิจการทุกประเภทที่มีขนาดลูกจ้างถึงเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ประกันภัย พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต หรือสาธารณสุข

สิ่งที่หลายองค์กรมักเข้าใจผิดคือคิดว่ากฎหมายนี้ใช้เฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงบริษัทสำนักงาน บริษัทประกันภัย หรือธุรกิจบริการที่มีพนักงานเกิน 100 คน ก็เข้าข่ายเช่นกัน หากยังไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณเข้าเกณฑ์หรือไม่ ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือตรวจสอบจำนวนลูกจ้างทั้งหมด ณ ช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้นับ

สัดส่วน 50% คืออะไร คำนวณอย่างไรให้ถูกต้อง

เมื่อองค์กรเข้าข่ายตามเกณฑ์จำนวนลูกจ้างแล้ว ขั้นต่อไปคือการคำนวณว่าต้องฝึกอบรมพนักงานกี่คนต่อปี หลักการคำนวณไม่ซับซ้อน คือนำจำนวนลูกจ้างทั้งหมดคูณด้วย 50% เพื่อหาจำนวนขั้นต่ำที่ต้องผ่านการฝึกอบรมในรอบปีนั้น

ลองดูตัวอย่างบริษัทสมมติเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

การคำนวณสัดส่วนการอบรมและเงินสมทบสำหรับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ยกตัวอย่างสองกรณีตัวอย่างสำคัญที่ต้องรู้

  • กรณีที่ 1: บริษัทมีพนักงานมากกว่า 100 คน ตั้งแต่เดือนแรกของปี
    • สูตร: (จำนวนพนักงานรวม 12 เดือน ÷ 12) × 50%
    • ตัวอย่าง: จำนวนพนักงานรวมทั้งปี 12 เดือน คือ 1,264 คน → (1,264÷12)×50% = 52 คน
  • กรณีที่ 2: บริษัทเริ่มมีพนักงาน 100+ คนระหว่างปี
    • เริ่มคำนวณเฉพาะเดือนแรกที่มีพนักงานเกิน 100 คน
    • สูตร: (จำนวนพนักงานในเดือนที่เกิน 100 ÷ จำนวนเดือนที่เกิน) × 50%
    • ตัวอย่าง: เริ่มมาพนักงานเกิน 100 คนในช่วง 7 เดือนหลังของปี รวม 744 คน → (744÷7)×50% = 53 คน

โดยการฝึกอบรมนี้สามารถกระจายไปหลายหลักสูตร หลายแผนก หรือหลายรอบตลอดทั้งปีได้ ไม่จำเป็นต้องจัดครั้งเดียวจบ ขอเพียงรวมยอดผู้ผ่านการอบรมให้ถึงสัดส่วนที่กำหนดภายในรอบปีนั้น

ข้อดีของการวางแผนล่วงหน้าคือ HR สามารถกระจายงบประมาณและตารางฝึกอบรมได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะต้องเร่งจัดอบรมจำนวนมากในช่วงปลายปีซึ่งมักทำให้คุณภาพการเรียนรู้ลดลงและควบคุมงบประมาณได้ยากกว่า

ถ้าไม่ทำตามสัดส่วนที่กำหนด จะเกิดอะไรขึ้น

หากองค์กรที่เข้าข่ายไม่จัดฝึกอบรมให้ครบตามสัดส่วน หรือไม่จัดฝึกอบรมเลย กฎหมายกำหนดให้ต้อง "ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน" เพื่อชดเชยส่วนที่ขาด พูดง่ายๆ คือหากไม่ลงทุนพัฒนาคนเอง ก็ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนแทน

ประเด็นที่ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีควรพิจารณาร่วมกันคือ เงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สร้างมูลค่าคืนกลับมาให้องค์กรโดยตรง ต่างจากการลงทุนฝึกอบรมพนักงานซึ่งนอกจากจะช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 200% ของค่าใช้จ่ายจริง หากมีเอกสารรับรองหลักสูตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประกอบการยื่นอย่างถูกต้อง

ดังนั้นในมุมของการบริหารต้นทุน การจัดฝึกอบรมให้ครบตามสัดส่วนจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะเป็นการเปลี่ยนภาระที่ต้องจ่ายอยู่แล้วให้กลายเป็นการลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง

วิธีนับจำนวนลูกจ้างให้ถูกต้อง ข้อควรระวังที่ HR มักพลาด

หลายองค์กรคำนวณสัดส่วนผิดพลาดตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือการนับจำนวนลูกจ้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินสถานะที่ผิดพลาดทั้งหมด ข้อควรระวังที่พบบ่อยมีดังนี้

  • นับรวมทุกสาขาหรือทุกหน่วยงานในนิติบุคคลเดียวกัน ไม่ใช่นับเฉพาะสำนักงานใหญ่ หากบริษัทมีหลายสาขาแต่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเดียว ต้องนับรวมลูกจ้างทุกสาขาเข้าด้วยกัน
  • แยกให้ชัดระหว่างพนักงานประจำ พนักงานสัญญาจ้าง และพนักงาน outsource เนื่องจากการนับจำนวนลูกจ้างตามกฎหมายมีรายละเอียดเฉพาะที่ต้องพิจารณาสถานะการจ้างงานแต่ละประเภท
  • ตรวจสอบช่วงเวลาที่ใช้นับจำนวนลูกจ้าง เนื่องจากจำนวนพนักงานอาจเปลี่ยนแปลงตลอดปีจากการรับเข้าหรือลาออก องค์กรควรมีระบบติดตามที่ชัดเจนว่าใช้ฐานข้อมูล ณ ช่วงใดเป็นหลัก
  • อย่าลืมทบทวนทุกปี เพราะจำนวนลูกจ้างที่เปลี่ยนแปลงอาจทำให้บริษัทที่เคยไม่เข้าเกณฑ์กลายเป็นเข้าเกณฑ์ในปีถัดไป หรือในทางกลับกัน

คำแนะนำจากมุมมองที่ปรึกษาด้าน HR คือควรมีการทบทวนจำนวนลูกจ้างและสัดส่วนการฝึกอบรมอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง เพื่อไม่ให้ต้องมาเร่งแก้ไขในช่วงใกล้สิ้นปีซึ่งมักทำได้ยากทั้งเรื่องตารางเวลาและงบประมาณ

อัปเดตกฎหมายใหม่! อบรมพนักงานผ่าน e-Learning ก็ใช้ยื่นกรมพัฒน์ฯ ลดหย่อนภาษีได้ กับ 3 รูปแบบการฝึกอบรม ที่สามารถอบรมเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้

  1. In-House Training: อบรมภายในองค์กรในรูปแบบเดิม ชั่วโมงอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชม.
  2. Live/Virtual Classroom: อบรมออนไลน์ถ่ายทอดสดที่มีมาเพิ่มในช่วงโควิดที่ผ่านมา ชั่วโมงอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชม. โดยต่อรอบจำนวนผู้เข้าอบรมจำกัดที่ 30-50 ท่าน และต้องมีการเปิดกล้อง อัดหน้าจอใช้ในการส่งหลักฐานการยื่น
  3. อัปเดตใหม่! E-Learning: อบรมด้วยคอร์สออนไลน์ผ่านระบบ LMS ชั่วโมงอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชม. พร้อมกับระบบต้องมีการ tracking ผลการเรียนให้เรียนครบ 100% + ผู้เรียนสอบผ่านด้วยคะแนน 80% และมีใบรับรองในการยืนยัน

ทำอย่างไรให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้เร็ว และคุมงบประมาณได้จริง

สำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมากและมีเวลาจำกัดก่อนสิ้นปีงบประมาณ การเลือกหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไว้ล่วงหน้าเป็นทางลัดที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง Compliance ได้อย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลายื่นขอรับรองหลักสูตรใหม่เอง

FutureSkill for Business มีหลักสูตรออนไลน์ที่ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรวม 90 หลักสูตร ครอบคลุม 5 กลุ่มตามเกณฑ์กรมพัฒน์ ทั้งด้านการพัฒนาเทคนิคในการทำงาน การพัฒนาความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบการจัดการ และทัศนคติในการทำงาน ทำให้องค์กรสามารถเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับพนักงานแต่ละกลุ่มได้ครบในที่เดียว โดยไม่ต้องไล่หาหน่วยงานฝึกอบรมหลายเจ้า

ที่สำคัญ FutureSkill for Business ไม่ได้ปล่อยให้องค์กรไล่เลือกคอร์สเองจากคลังทั้งหมด แต่มีบริการ Course Mapping ที่ช่วยจับคู่หลักสูตรให้ตรงกับเป้าหมายธุรกิจและสัดส่วนพนักงานที่ต้องฝึกอบรมตามกฎหมาย พร้อมทีม Account Executive ที่ดูแลต่อเนื่องในฐานะ Learning Partner ไม่ใช่แค่ปิดการขายแล้วจบไป ตอกย้ำแนวคิด "Skill to Business Impact" ที่การอบรมต้องวัดผลได้และเชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจจริง ไม่ใช่จัดอบรมให้ครบตามกฎหมายไปวันๆ เท่านั้น

*ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการวางแผน ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย/บัญชีก่อนดำเนินการจริง เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตร และการใช้ระบบอบรมออนไลน์ยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้แล้ววันนี้!
ติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาได้เลยฟรี พร้อมรับแคตตาล็อกหลักสูตรกรมพัฒน์ฯ คลิก https://corporate.futureskill.co/form
.
.
หรือแชทติดต่อทีมงานได้ที่ Line: @fsbusiness (มี@)

Image

บริษัท ไลค์ มี เอ๊กซ์ จำกัด
126/5 อาคาร ERGO ชั้น 2 ถนนกรุงธนบุรี
แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

© 2024 LIKE ME X. All rights reserved.