

ทุกสิ้นปี ฝ่าย HR หลายองค์กรต้องมานั่งลุ้นว่า "เราจัดฝึกอบรมพนักงานครบตามที่กฎหมายกำหนดหรือยัง" เพราะ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน กำหนดให้กิจการบางขนาดต้องจัดฝึกอบรมพนักงาน 50% ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี หากพลาดต้องเสียเงินสมทบเข้ากองทุน บทความนี้จะพาคุณเช็กแบบตรงประเด็นว่าองค์กรคุณเข้าข่ายหรือไม่ คำนวณสัดส่วนอย่างไร และมีทางเลือกอะไรบ้างที่ทำได้เร็วโดยไม่ต้องเสียงบเกินจำเป็น
พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 เป็นกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้นายจ้างลงทุนพัฒนาทักษะลูกจ้างอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะปล่อยให้แรงงานล้าหลังเทคโนโลยีและวิธีการทำงานใหม่ๆ โดยหัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือการกำหนดภาระหน้าที่ให้กับ "กิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป"
หากองค์กรของคุณมีจำนวนลูกจ้างถึงเกณฑ์นี้ กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานให้กับลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปี ข้อกำหนดนี้ไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่ครอบคลุมกิจการทุกประเภทที่มีขนาดลูกจ้างถึงเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ประกันภัย พลังงาน โทรคมนาคม ค้าปลีก การผลิต หรือสาธารณสุข
สิ่งที่หลายองค์กรมักเข้าใจผิดคือคิดว่ากฎหมายนี้ใช้เฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงบริษัทสำนักงาน บริษัทประกันภัย หรือธุรกิจบริการที่มีพนักงานเกิน 100 คน ก็เข้าข่ายเช่นกัน หากยังไม่แน่ใจว่าองค์กรของคุณเข้าเกณฑ์หรือไม่ ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือตรวจสอบจำนวนลูกจ้างทั้งหมด ณ ช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดให้นับ
เมื่อองค์กรเข้าข่ายตามเกณฑ์จำนวนลูกจ้างแล้ว ขั้นต่อไปคือการคำนวณว่าต้องฝึกอบรมพนักงานกี่คนต่อปี หลักการคำนวณไม่ซับซ้อน คือนำจำนวนลูกจ้างทั้งหมดคูณด้วย 50% เพื่อหาจำนวนขั้นต่ำที่ต้องผ่านการฝึกอบรมในรอบปีนั้น
ลองดูตัวอย่างบริษัทสมมติเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

โดยการฝึกอบรมนี้สามารถกระจายไปหลายหลักสูตร หลายแผนก หรือหลายรอบตลอดทั้งปีได้ ไม่จำเป็นต้องจัดครั้งเดียวจบ ขอเพียงรวมยอดผู้ผ่านการอบรมให้ถึงสัดส่วนที่กำหนดภายในรอบปีนั้น
ข้อดีของการวางแผนล่วงหน้าคือ HR สามารถกระจายงบประมาณและตารางฝึกอบรมได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะต้องเร่งจัดอบรมจำนวนมากในช่วงปลายปีซึ่งมักทำให้คุณภาพการเรียนรู้ลดลงและควบคุมงบประมาณได้ยากกว่า
หากองค์กรที่เข้าข่ายไม่จัดฝึกอบรมให้ครบตามสัดส่วน หรือไม่จัดฝึกอบรมเลย กฎหมายกำหนดให้ต้อง "ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน" เพื่อชดเชยส่วนที่ขาด พูดง่ายๆ คือหากไม่ลงทุนพัฒนาคนเอง ก็ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนแทน
ประเด็นที่ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีควรพิจารณาร่วมกันคือ เงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สร้างมูลค่าคืนกลับมาให้องค์กรโดยตรง ต่างจากการลงทุนฝึกอบรมพนักงานซึ่งนอกจากจะช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุดถึง 200% ของค่าใช้จ่ายจริง หากมีเอกสารรับรองหลักสูตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประกอบการยื่นอย่างถูกต้อง
ดังนั้นในมุมของการบริหารต้นทุน การจัดฝึกอบรมให้ครบตามสัดส่วนจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะเป็นการเปลี่ยนภาระที่ต้องจ่ายอยู่แล้วให้กลายเป็นการลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง
หลายองค์กรคำนวณสัดส่วนผิดพลาดตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือการนับจำนวนลูกจ้าง ซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินสถานะที่ผิดพลาดทั้งหมด ข้อควรระวังที่พบบ่อยมีดังนี้
คำแนะนำจากมุมมองที่ปรึกษาด้าน HR คือควรมีการทบทวนจำนวนลูกจ้างและสัดส่วนการฝึกอบรมอย่างน้อยไตรมาสละครั้ง เพื่อไม่ให้ต้องมาเร่งแก้ไขในช่วงใกล้สิ้นปีซึ่งมักทำได้ยากทั้งเรื่องตารางเวลาและงบประมาณ
สำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนมากและมีเวลาจำกัดก่อนสิ้นปีงบประมาณ การเลือกหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไว้ล่วงหน้าเป็นทางลัดที่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่อง Compliance ได้อย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลายื่นขอรับรองหลักสูตรใหม่เอง
FutureSkill for Business มีหลักสูตรออนไลน์ที่ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรวม 90 หลักสูตร ครอบคลุม 5 กลุ่มตามเกณฑ์กรมพัฒน์ ทั้งด้านการพัฒนาเทคนิคในการทำงาน การพัฒนาความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบการจัดการ และทัศนคติในการทำงาน ทำให้องค์กรสามารถเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับพนักงานแต่ละกลุ่มได้ครบในที่เดียว โดยไม่ต้องไล่หาหน่วยงานฝึกอบรมหลายเจ้า
ที่สำคัญ FutureSkill for Business ไม่ได้ปล่อยให้องค์กรไล่เลือกคอร์สเองจากคลังทั้งหมด แต่มีบริการ Course Mapping ที่ช่วยจับคู่หลักสูตรให้ตรงกับเป้าหมายธุรกิจและสัดส่วนพนักงานที่ต้องฝึกอบรมตามกฎหมาย พร้อมทีม Account Executive ที่ดูแลต่อเนื่องในฐานะ Learning Partner ไม่ใช่แค่ปิดการขายแล้วจบไป ตอกย้ำแนวคิด "Skill to Business Impact" ที่การอบรมต้องวัดผลได้และเชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจจริง ไม่ใช่จัดอบรมให้ครบตามกฎหมายไปวันๆ เท่านั้น
*ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการวางแผน ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย/บัญชีก่อนดำเนินการจริง เนื่องจากหลักเกณฑ์อาจมีการปรับปรุง
สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตร และการใช้ระบบอบรมออนไลน์ยื่นกรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้แล้ววันนี้!
ติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาได้เลยฟรี พร้อมรับแคตตาล็อกหลักสูตรกรมพัฒน์ฯ คลิก https://corporate.futureskill.co/form
.
.
หรือแชทติดต่อทีมงานได้ที่ Line: @fsbusiness (มี@)

บริษัท ไลค์ มี เอ๊กซ์ จำกัด
126/5 อาคาร ERGO ชั้น 2 ถนนกรุงธนบุรี
แขวงบางลำภูล่าง เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600
